” Vincenzo วินเชนโซ่ “

รีวิวซีรีส์ Vincenzo วินเชนโซ่ ทนายมาเฟีย ‘ซงจุงกิ’ นำทีมจัดเต็มทั้งแอคชั่นและคอมเมดี้

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าซีรีส์ Vincenzo วินเชนโซ่ ทนายมาเฟีย เป็นอีกเรื่องที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอมากที่สุด เพราะเปิดตัวด้วยเรตติ้งแรงถึง 7.659% ต้อนรับการกลับมาของ ซงจุงกิ ทวงบัลลังก์สามีแห่งชาติได้อย่างสมศักดิ์ศรี และหลังจากออกอากาศตอนแรกทาง Netflix ไปเมื่อคืนที่ผ่านมา ซีรีส์เรื่องนี้ได้ถูกพูดถึงกันอย่างหนาหู ไม่เพียงแต่ความหล่อกระชากใจของนักแสดงนำ แต่พล็อตเรื่องยังทำให้คนดูถึงกับสลับสับเปลี่ยนอารมณ์แทบไม่ทัน เรียกว่าครบทั้งแอคชั่นและคอมเมดี้ที่จัดเต็มเอาไว้ในเรื่องเดียว

ซีรีส์ วินเชนโซ่ ว่าด้วยเรื่องราวของ วินเชนโซ่ คัสซาโน (รับบทโดย ซงจุงกิ) ทนายความชาวเกาหลีที่ไปใช้ชีวิตอยู่กับแก๊งมาเฟียที่ประเทศอิตาลี ด้วยสาเหตุบางอย่างทำให้เขาต้องกลับมายังบ้านเกิดเพื่อสะสางเรื่องราวในอดีต จนกระทั่งพบกับ ฮงชายอง (รับบทโดย จอนยอบิน) ทนายความสาวฝีปากกล้าที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ลูกความของตัวเองชนะคดี ทั้งสองได้ร่วมมือกันเพื่อจัดการกับเหล่าคนชั่ว กอบกู้ความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม แม้จะต้องใช้วิธีเด็ดขาดที่ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม

เชื่อว่าหลายคนคงคิดเช่นเดียวกัน ตั้งแต่ได้เห็นใบปิดและตัวอย่างอย่างเป็นทางการ หรือแม้กระทั่งช่วงต้นของตอนแรกที่ออนแอร์ผ่านไป เปิดตัวพระเอกมาแบบโคตรคูล หล่อเนี้ยบทุกองศา แถมยังเป็นทนายที่ปรึกษาให้กับแก๊งมาเฟีย บุกไปถึงรังของคู่อริเพื่อเผาไร่องุ่นพื้นที่หลายร้อยเอเคอร์เป็นการแก้แค้น เท่านั้นไม่พอ ยังถูกตามฆ่าจนยิงกันสนั่นหวั่นไหว หลอกล่อคนดูให้คิดว่าซีรีส์จะมาแนวแอคชั่นเดือดเลือดสาด บู๊ล้างผลาญแบบ Vagabond แต่พอทนายหนุ่มวินเชนโซ่กลับเกาหลีเท่านั้นแหละ ความฮาจึงบังเกิด ตัวละครที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีมาสร้างสีสันกันแบบจัดเต็ม

การกลับมาเกาหลีของวินเชนโซ่ มีส่วนพัวพันกับเรื่องราวในอดีต และสถานที่สำคัญอย่าง คึมกาพลาซ่า ตึกเก่าสภาพโกโรโกโสที่รวมเอาคนเพี้ยน ๆ มาอยู่รวมกัน มีห้องลับสำหรับเก็บทองคำน้ำหนักหลายพันตัน ซึ่งพื้นที่แห่งนี้น่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เรารู้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับพระเอกอย่างไร เพราะเหตุใดเขาจึงถูกแก๊งมาเฟียอุปการะไปตั้งแต่เด็ก

บรรยากาศของเรื่องเป็นแนวแอคชั่น-คอมเมดี้ ส่วนของเส้นเรื่องในการไขปมปริศนาต่าง ๆ ยังคงความจริงจังเอาไว้ได้เป็นอย่างดี แต่มีตัวละครที่มาสร้างสีสันและความสนุกให้ระหว่างทางการสืบหาความจริงไม่เคร่งเครียดจนเกิดไป เห็นจากชื่อผู้กำกับอย่าง คิมฮีวอน จากผลงานเรื่อง The Crowned Clown และโดยเฉพาะผู้เขียนบท พัคแจบอม จากเรื่อง The Fiery Priest ก็แทบไม่ต้องสงสัยเพราะซีรีส์แนวนี้แทบจะเป็นลายเซ็นของเขาเลยก็ว่าได้ ซีรีย์เกาหลี แนะนำ 2020

เรื่องนี้หลายคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ซงจุงกิ หล่อมากกกกกกก! แถมเล่นคิวบู๊ได้แบบร้ายกาจ บุคลิกเหมือนตัวร้ายในหนังแอคชั่นที่เสน่ห์ล้นเหลือ ในขณะที่พาร์ทคอมเมดี้ก็ทำออกมาได้ดี ฉากทะเลาะกับฝักบัวคงจะกลายเป็นตำนานของเฮียแกไปอีกนาน ส่วนนางเอกอย่าง จอนยอบิน เป็นตัวละครประเภทพกความมั่นใจมาเต็มร้อย ฝีปากกล้าชนิดเถียงได้น้ำไหลไฟดับไม่มีใครกล้าแทรก โดยเฉพาะการแสดงที่เล่นใหญ่มากถึงมากที่สุด แต่กลับดูลงตัวเหมาะกับบุคลิกอย่างไม่น่าเชื่อ แม้ตอนแรกจะยังไม่ได้เห็นฉากพระนางแบบเต็ม ๆ แต่เชื่อว่าเคมีของทั้งคู่น่าจะเข้ากันเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังรวมนักแสดงเอาไว้อีกคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น อ๊กแทคยอน (2PM) ซึ่งครั้งนี้รับบทเป็น จางจุนอู ทนายความฝึกหัดป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ที่แอบชอบรุ่นพี่ทนายอย่างนางเอก รวมทั้งตัวละครผู้เช่าตึกคึมกาพลาซ่าที่มีผลงานผ่านตากันมาหลายต่อหลายเรื่อง ขนทัพนักแสดงกันมามากมายขนาดนี้ รับรองว่าจะมาเพิ่มความสนุกให้ซีรีส์เรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน

หลังจบตอนแรก เราได้สัมผัสถึงความตื่นเต้นของคิวบู๊อย่างบ้าดีเดือดของเหล่าแก๊งมาเฟีย ความเท่ห์ของทนายวินเชนโซ่ เซอร์ไพรซ์กับการพูดภาษาอิตาเลียนของซงจุงกิ คะแนนเกือบจะเต็ม 10 แต่คงต้องหักคะแนนเรื่องซีจีที่ไม่เนียนตา โดยเฉพาะฉากเผาไร่องุ่นที่น่าจะทำออกมาได้ดีกว่านี้ อย่างไรก็ตามความคอนทราสต์ของแอคชั่นในช่วงแรกกับคอมเมดี้ในช่วงหลัง ทำให้คนดูได้ความรู้สึกต่างกันชัดเจน ไม่ได้ปล่อยมุขถึงขนาดโบ๊ะบ๊ะเป็นตลกสามช่า แต่ได้ความเฮฮาจากท่าทางของนักแสดง ที่สำคัญยังทิ้งปมเรียกความสนใจได้ดีในตอนท้ายเรื่อง น่าติดตามจนลงแดงอยากดูตอนต่อไปไว ๆ แล้ว ดูซีรี่ส์เกาหลี

ชวนทุกคนมาลุ้นไปด้วยกันว่าวินเชนโซ่ ฮงชายอง และตัวละครอื่น ๆ จะมีส่วนเกี่ยวข้องกันอย่างไร ปมปริศนาในเรื่องจะถูกคลี่คลายออกเมื่อไรในซีรีส์ Vincenzo ทนายมาเฟีย ออกอากาศทุกคืนวันเสาร์และอาทิตย์ เวลาประมาณ 21.30 น. แฟนชาวไทยสามารถรับชมได้ทางแอปพลิเคชัน Netflix บนสมาร์ทโฟน เว็บไซต์ รวมทั้งรับชมผ่านกล่องรับสัญญาณ TrueID TV ได้อีกด้วย ซีรีส์กระแสแรงแบบนี้ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ถอดบทเรียนการทำงานของทนายมาเฟีย จากซีรีส์ Vincenzo

  1. มองหาจุดอ่อนของคู่แข่ง และจุดแข็งในตัวเอง
    ว่ากันว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” วินเชนโซ กาซาโน อาจไม่ได้ถือคตินี้ แต่เขารู้ว่าถ้าต้องการเอาชนะ ต้องรู้จักศัตรูในทุกแง่มุม โดยเฉพาะจุดอ่อนที่มีอยู่ในคนทุกคน

จุดอ่อนมีอยู่เสมอ เพียงแต่ต้องคอยมองหา วินเชนโซใช้จุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามมาเป็นแต้มต่อของตัวเอง อย่างเช่น ฉากที่อธิบดีอัยการผู้ไม่ยอมอ่อนข้อให้กับใครๆ แต่กลับมีจุดอ่อนที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน จนในที่สุดก็ยอมร่วมมือกับวินเชนโซ แลกกับการให้ลูกชายได้ไปเตะฟุตบอลในลีกยุโรป หรือการที่ไปสืบจนรู้ว่าหัวหน้าทีมบาเบลคอนสตรัคชันที่เป็นคนคุมการรื้อถอนคึมกาพลาซ่า แอบไปมีความสัมพันธ์ลับๆ ทั้งที่มีภรรยาอยู่แล้ว วินเชนโซก็ใช้จุดอ่อนนี้เป็นแต้มต่อในการให้หัวหน้าทีมช่วยยื้อเวลาการรื้อถอนออกไปก่อน เป็นต้น

ส่วนจุดแข็งของตัววินเชนโซ คือความสามารถในการเจรจาต่อรอง รวมถึงคอนเน็กชันที่ครอบคลุมหลากหลายสาขาอาชีพ เหล่านี้เมื่อรวมกับการนำจุดอ่อนมาเป็นเงื่อนไขเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่เขาต้องการ จึงนำมาซึ่งความสำเร็จ

  1. ช่างสังเกต เพราะอาจมีทางออกของปัญหาซ่อนอยู่ในรายละเอียด
    นิสัยอย่างหนึ่งที่วินเชนโซมีและดีต่อการงานของเขา คือความใส่ใจในรายละเอียด เราได้เห็นว่าเขาทำการบ้านกับแผนการ ใส่ใจกระทั่งรายละเอียดเล็กน้อย และในบางครั้ง ความเป็นคนช่างสังเกตและละเอียดก็ทำให้เขาเจอทางออกของปัญหาได้ด้วย

ฉากที่เขาค้นพบว่ามีเครื่องดักฟังในกระถางต้นงาช้างที่อัยการชเมยองฮีนำมามอบให้ฮงชายอง ซึ่งเป็นของขวัญสำหรับการเปิดสำนักงานทนายความฟางข้าวขึ้นมาใหม่ ก็มาจากความช่างสังเกตว่า ต้นงาช้างไม่ต้องการรดน้ำบ่อยๆ ซึ่งเหมาะกับการฝังเครื่องดักฟังเอาไว้

หรือฉากที่เขาเดินไปรอบๆ ห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ธนาคารที่มีส่วนเกี่ยวข้อ

  1. มีแผนสำรองในการทำงานเสมอ
    ระหว่างที่ดูซีรีส์ Vincenzo เรามักจะได้ยินคำถามนี้เกิดขึ้นในสำนักงานทนายความฟางข้าวอยู่เสมอ “แผนสำรองคืออะไร?” วินเชนโซ ฮงชายง และทีม มักจะวางแผนการทำงานโดยมีแผนสำรอง 1 2 3 4 เอาไว้ ตามความยากง่ายของแผนการที่จะเกิดขึ้น

ซึ่งการวางแผนสำรองแบบครบทุกสเตปคงต้องยกตัวอย่าง ฉากที่มีการพิจารณาคดีในศาล และทางฝั่งวินเชนโซต้องการให้การพิจารณาคดีในวันนั้นเป็นโมฆะ พวกเขาวางแผนเอาไว้หลายขั้นตอน ไล่เรียงตั้งแต่การรวมตัวชาวบ้านมาประท้วงด้านหน้าศาล การดับไฟในห้องพิจารณาคดี ปล่อยน้ำให้รั่วจนพื้นห้องเปียกนองเป็นหย่อมๆ แผนการให้ฮงชายองแสดงอาการป่วยจนหมดสติ และเมื่อทุกแผนที่วางไว้ไม่อาจทำให้การพิจารณาคดียกเลิกได้ ก็มาถึงแผนทีเด็ดที่ปล่อยแตนยักษ์เข้ามาสร้างความปั่นป่วนในห้องพิจารณาคดี ผู้คนวิ่งหนีอลหม่าน จนท้ายที่สุดก็ต้องมีการเลื่อนวันพิจารณาคดีออกไปจริงๆ

ซึ่งจากฉากนี้เอง ที่ประธานบาเบลตัวจริงถึงกับออกปากว่า “ครีเอทีฟมากๆ” และในอีกหลายตอนต่อมา เราก็ได้เห็นตัวทนายชเวมยองฮีของบาเบล ก็นำเอาแท็กติกคิดสร้างสรรค์ไปใช้บ้าง

  1. บุญคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องชำระ
    ซีรีส์ Vincenzo เปิดเรื่องมาด้วยงานระเบิดภูเขา เผาไร่องุ่น หลังการเสียชีวิตของพ่อบุญธรรมวินเชนโซ ที่ประเทศอิตาลี จนเกิดวลีประจำตัวเขาที่ว่า “ผมมาทวงคืน ไม่ได้มาต่อรอง” สิ่งที่เขาทำก็คือการทำตามความต้องการของพ่อที่สั่งเสียไว้ก่อนจากไป

เช่นเดียวกับการเผาโรงงานยาของบาเบลเภสัชกรรม หลังจากที่พ่อของทนายฮงชายงโดนรถชนจนเสียชีวิต ส่วนตัวเขาเองก็อยู่ในอาการโคม่าหลายวัน การชำระแค้นของวินเชนโซด้วยการเผาโรงงานยา ก็คือการทำลายธุรกิจเลวร้ายให้วอดวาย เป็นการเอาคืนที่สมน้ำสมเนื้อ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

และแม้จะเป็นมาเฟีย แต่วินเชนโซก็มีคติในการทำงานว่า จะไม่คร่าชีวิตเด็กและผู้หญิง คนที่เขาจะกำจัดทิ้งล้วนเป็นคนในแวดวงมาเฟียด้วยกันเท่านั้น

  1. คิดต่างอย่างสร้างสรรค์
    มองหาทางเลือกใหม่ที่คนอื่นอาจนึกไม่ถึงอยู่เสมอ ในกรณีนี้วินเชนโซทำให้เราได้เห็นความคิดสร้างสรรค์อยู่ในหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่การวางแผนซ่อนทองคำเอาไว้ในห้องลับใต้อาคารคึมกาพลาซ่า สถานที่ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีทองมูลค่ามหาศาลซ่อนเอาไว้

หรือการวางแผนเพื่อให้อาคารไม่โดนรื้อถอน ด้วยการจัดงานเลี้ยงยิ่งใหญ่ เชิญแขกวีไอพีคนสำคัญมาร่วมงานจนกลายเป็น Talk of the town จนทีมรื้อถอนไม่กล้าเข้าไปแทรกแซงในคืนนั้น นอกจากนี้ยังมีการตลบกลับ ในตอนที่ทีมทนายความฟางข้าวเข้าตาจน จากการที่หาพยานลับในชั้นศาลไม่ได้ วินเชนโซก็วางแผนให้ตัวเขาเองเข้าไปเกี่ยวข้องเพื่อที่จะได้เป็นพยานสำคัญในการพิจารณาคดี

  1. ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
    วินเชนโซมักจะพลิกสถานการณ์ให้เขากลับมาอยู่เหนือคู่ต่อสู้ ด้วยการยื่นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งบทเรียนการทำงานในข้อนี้ ไม่ต่างกับในหนังสือ The Godfather ที่ ดอน วีโต คอร์เลโอเน ตัวเอกของเรื่องมักจะโน้มน้าวผู้อื่นด้วยข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

ตัวอย่างที่ชัดเจน คือกรณีของแพทย์หญิง ภรรยาของนายแพทย์ที่ร่วมกับบาเบลในการปิดบังผลการตรวจร่างกาย และผลวินิจฉัยนักวิจัยที่ป่วยจนเสียชีวิตต่างๆ จากการทำงานในห้องแล็บของเภสัชกรรมบาเบล วินเชนโซยื่นข้อเสนอที่ตรงกับใจของแพทย์หญิงคนนี้ ทั้งการช่วยฟ้องหย่าให้ และยังจะเรียกร้องเอาทรัพย์สินของฝ่ายสามีมาให้เธออีกด้วย จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะปฏิเสธไม่ร่วมมือ